Deprecated: Non-static method FSF_Settings::GetViewSettingsObj() should not be called statically, assuming $this from incompatible context in C:\AppServ\www\main\components\com_fsf\models\faq.php on line 40

Deprecated: Non-static method FSF_Settings::_Get_View_Settings() should not be called statically, assuming $this from incompatible context in C:\AppServ\www\main\components\com_fsf\helper\settings.php on line 487

Deprecated: Non-static method FSF_Settings::_View_Defaults() should not be called statically, assuming $this from incompatible context in C:\AppServ\www\main\components\com_fsf\helper\settings.php on line 76

Deprecated: Non-static method FSF_Settings::GetViewSettingsObj() should not be called statically, assuming $this from incompatible context in C:\AppServ\www\main\components\com_fsf\views\faq\view.html.php on line 35

Deprecated: Non-static method FSF_Settings::_Get_View_Settings() should not be called statically, assuming $this from incompatible context in C:\AppServ\www\main\components\com_fsf\helper\settings.php on line 487

FAQ


คำถามที่มักจะมีผู้สอบถามเข้ามาบ่อยๆ ทางทีมงานจึงได้จัดรวบรวมและจัดเป็นคำถาม / คำตอบ เพื่อช่วยให้เข้าใจในการบริการและ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ในระดับเบื้องต้น

Please select your question category

A : Web Conference เป็นการประชุมทางไกลออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง สามารถจัดการประชุมได้ทุกที่ทุกเวลา (ที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต) เป็นการประชุมที่เห็นภาพ และได้ยินเสียงผู้เข้าร่วมประชุมได้พร้อมกันหลายคน รวมทั้งสามารถนำเสนอเอกสารในที่ประชุม

A : ใช้สำหรับการประชุมทางไกล การเรียนการสอน การฝึกอบรมสัมมนา และกิจกรรมการสนทนาต่างๆเหมาะสำหรับองค์กรที่มีการประชุมระหว่างสาขาหรือกับหน่วยงานภายนอกทั้งในและต่างประเทศ

A : ใช้งานง่ายและมีฟังก์ชั่นที่หลากหลายและครบครัน อาทิเช่น      

- นัดหมายและเชิญประชุมผ่าน E-mail      
- นำเสนอเอกสารในที่ประชุมได้หลายรูปแบบ เช่น Power point, Word, Excel, Video, pdf, รูปภาพ เป็นต้น      
- รับส่งไฟล์ระหว่างการประชุม      
- ทำแบบสำรวจ (Poll) เพื่อสำรวจความคิดเห็นในที่ประชุม      
- รับส่งข้อความสั้นระหว่างการประชุม      
- บันทึกการประชุมออนไลน์      
- ควบคุมการประชุมได้เสมือนจริง เช่น ประธานสามารถปิดเสียงไมค์โครโฟน 
- เปิดเสียงผู้เข้าร่วมประชุมท่านอื่น การให้สิทธิ์ในการพูดหรือการนำเสนอ เชิญผู้เข้าร่วมประชุมออกจากห้องประชุม ฯลฯ 

A : ความแตกต่างระหว่าง Video Conference และ Web Conference

Video Conference

Web Conference

 - ค่าใช้จ่ายสูงในการลงทุนสูงต่อ 1 ห้องประชุม

 - ค่าใช้จ่ายน้อย

 - ใช้ประชุมเฉพาะกลุ่มหรือภายในหน่วยงานที่มีระบบ Video Conference เท่านั้น

 - ใช้ประชุมกับใครก็ได้ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน (เชิญผ่านอีเมล์และติดตั้ง Web Conferenceอัตโนมัติผ่านอินเตอร์เน็ต)

 - ใช้งานร่วมกับ Leased line, ISDN เท่านั้น

 - ใช้งานร่วมกับ Broadband Internet ได้

 - มีรูปแบบการบริหารจัดการประชุมไม่หลากหลายมากนัก

 มีฟังก์ชั่นการบริหารจัดการประชุมที่หลากหลายสำหรับประธานและผู้เข้าร่วมประชุม

 - ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์พิเศษของ Video Conference

 - ใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ทั่วไป

 - การบำรุงรักษา (ยาก ช้า แพง กรณีเกิดปัญหา)

 - การบำรุงรักษา (ง่าย เร็ว ประหยัด กรณีเกิดปัญหา)

A : ในการใช้ Web Conference จัดการประชุมทางไกลออนไลน์ จะช่วยให้สามารถ

- ลดค่าใช้จ่าย ในการจัดประชุมและประสานงานนัดหมาย      
- ลดค่าใช้จ่าย ในการเดินทางเพื่อมาประชุม      
- ลดการสูญเสียเวลา จากการเดินทาง      
- ลดการเผาผลาญน้ำมัน และ ลดภาระด้านพลังงานของชาติ      
- ลดอันตรายและความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง      
- เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ขององค์กร      
- เพิ่มประสิทธิภาพของงาน และผลผลิตธุรกิจ      
- เพิ่มการใช้ประโยชน์ จากการลงทุนด้านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

A :    
- ช่องทางที่ 1 ผ่านอีเมล์ ผู้เข้าร่วมประชุมจะได้รับอีเมล์เชิญประชุมพร้อมรหัสผ่านสำหรับเข้าห้อง จากนั้นให้คลิกลิงค์ (URL) ที่ได้รับจากอีเมล์ เพื่อเข้าสู่ระบบ Conference พร้อมใส่ชื่อและรหัสเข้าห้อง (Access code) เพื่อเข้าห้องประชุม


 

- ช่องทางที่ 2 ผ่านเว็บไซต์ ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเข้าสู่ห้องประชุมผ่านทาง Web Site เพียงกรอก Username ของเจ้าของห้อง (Host ID) เพื่อเลือกห้องประชุมที่ต้องการเข้าร่วม พร้อมใส่ชื่อและรหัสเข้าห้อง (Access code) เพื่อเข้าห้องประชุม


 

- ช่องทางที่ 3 ผ่านไอคอน @บนทาสก์บาร์ของวินโดวส์ ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเข้าสู่ห้องประชุมผ่านทางไอคอน @ บนทาสก์บาร์ของวินโดวส์ เพียงคลิกขวาที่ไอคอน @ บนทาสก์บาร์ของวินโดส์ เลือก Join Conference ใส่ IP Server ที่ใช้งานลงในช่อง Server Address และใส่ Username ของเจ้าของห้อง (Host ID) ลงในช่อง Host ID แล้วเลือกห้องประชุมที่ต้องการเข้าร่วม พร้อมใส่ชื่อและรหัสเข้าห้อง (Access code) เพื่อเข้าห้องประชุม

A : วิธีแก้ปัญหาคือให้ลงตัว register เพิ่มเติมโดยสามารถขอตัว Register นี้ได้จากทีมงานของ Advanced digital Synergy Company Limited หลังจากนั้นจะสามารถ Install โปรแกรม Conference ได้ตามปกติ

A : กรณีนี้เกิดจากผู้จัดการประชุมยังไม่ได้เปิดห้องประชุม โดยจะปรากฏข้อความว่า “การประชุมยังไม่เริ่ม โปรดรอจนกว่าผู้จัดการประชุมจะเปิดห้องประชุม” ซึ่งเมื่อมีการเปิดห้องประชุมแล้วคุณจะถูกเชื่อมต่อไปที่หน้าห้องประชุมโดยอัตโนมัติ

A : ผู้เข้าร่วมประชุมท่านนั้นอาจไม่ได้ติดตั้งกล้อง หรือลองตรวจสอบที่หมวด Participant List ว่าผู้ร่วมประชุมท่านอื่นๆ มีการปิดฟังค์ชั่นการแสดงภาพวิดีโอหรือไม่ หรืออาจเป็นเพราะ Bandwidth ไม่เพียงพอ หรืออาจเป็นเพราะคอมพิวเตอร์ไม่ได้มีการติดตั้งโปรแกรม MS DirectX ขั้นต่ำเวอร์ชั่น 8 (ในการเช็คเวอร์ชั่น MS DirectX ทำได้โดยการคลิก Start เลือกปุ่ม Run และพิมพ์คำว่า “dxdiag.exe” แล้วคลิก OK หรือลองลด “Hardware Acceleration” ของการ์ดจอลง ที่Display Setting ใน Control panel)

A : ให้ทำการตรวจสอบดูว่ามีการลงโปรแกรม Driver ของกล้อง Web cam ไว้ถูกต้องหรือไม่ หรือเช็คดูว่ามีโปรแกรมอื่นกำลังใช้อุปกรณ์ควบคุมภาพอยู่หรือไม่ ซึ่งถ้ามีต้องปิดการใช้งานโปรแกรมดังกล่าวก่อน

A : ให้ทำการตรวจสอบดูว่ามีการลงโปรแกรม Driver ของกล้อง Web cam ไว้ถูกต้องหรือไม่ หรือเช็คดูว่ามีโปรแกรมอื่นกำลังใช้อุปกรณ์ควบคุมภาพอยู่หรือไม่ ซึ่งถ้ามีต้องปิดการใช้งานโปรแกรมดังกล่าวก่อน

A : การส่งข้อมูลที่เป็นเสียงโดยปกติต้องใช้ช่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตประมาณ 40 kbps ดังนั้นถ้าโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไม่สามารถรักษาระดับของช่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ 40 kbps เสียงพูดอาจกระตุกบ้างเป็นบางครั้ง

A : ระบบ Web Conference จะมีรหัส 2 ชั้น ที่ใช้ในการเข้าห้องประชุม คือ รหัสเจ้าของห้อง(Host ID) และรหัสเข้าห้อง (Access Code) และนอกจากนี้ควรเปิดห้องประชุมเฉพาะช่วงเวลาที่มีการประชุมเท่านั้น

A : ระบบ Web Conference จะมีรหัส 2 ชั้น ที่ใช้ในการเข้าห้องประชุม คือ รหัสเจ้าของห้อง(Host ID) และรหัสเข้าห้อง (Access Code) และนอกจากนี้ควรเปิดห้องประชุมเฉพาะช่วงเวลาที่มีการประชุมเท่านั้น

A : แม้ว่าระบบ Web Conference จะสามารถแสดงภาพผู้เข้าประชุมได้พร้อมกันสูงสุด 16ภาพ แต่ด้วยคุณสมบัติพิเศษ Web Conference จะทำการหมุนเวียนภาพผู้เข้าประชุมทั้งหมด ช่วยให้สามารถเห็นผู้เข้าประชุมได้อย่างทั่วถึง ควรเลือกตั้งค่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ 1024 x 768 pixels เพื่อให้ภาพการทำงานของโปรแกรม Web Conference มีขนาดเหมาะสมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์

A : เราสามารถควบคุมระดับเสียงไมค์โครโฟนเองได้โดยการกดปุ่มกากบาทที่ปุ่ม AGC (ปุ่มนี้เป็นปุ่มที่จะควบคุมระดับเสียงอัตโนมัติ)

A : ในปัจจุบันระบบ Conference สามารถรองรับการใช้งานของ Firefox โดยต้องDownload และติดตั้งปลักอินลงในคอมพิวเตอร์ของท่าน โดยตัวระบบจะแจ้งเตือนก่อนและให้เรา Download เพื่อติดตั้งปลักอิน พอติดตั้งเสร็จแล้วเราจึงจะสามารถเข้าสู่ห้องประชุมได้ตามปกติ

A : ให้ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอยู่หรือไม่ หากพบว่ามีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้ Web Conference ได้ ให้เปิดพอร์ต UDP 7350หรือ TCP 80 หรือ TCP 443 เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อ (สามารถดูรายละเอียดได้จากคู่มือการใช้งาน)

A : กรณีที่ 1 ถ้าท่านเห็นแถบแสดงสัญญาณเสียงพูดของผู้ที่กำลังพูดอยู่ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าเสียงในคอมพิวเตอร์ของท่านว่า ปิดเสียงลำโพง (Mute) อยู่หรือไม่ ถ้าเลือก Mute อยู่ ก็ให้ทำการปลดออก          

     กรณีที่ 2 ถ้าท่านไม่เห็นแถบแสดงสัญญาณเสียงพูดของผู้ที่กำลังพูดอยู่ ก็ให้แจ้งผู้ที่กำลังพูดอยู่ในขณะนั้น ให้ตรวจสอบว่ากำลังปิดไมโครโฟนของเขาอยู่หรือไม่ ผู้พูดอาจจำเป็นต้องตั้งค่าอุปกรณ์ควบคุมเสียง (Audio input device) ใหม่อีกครั้ง

A : ให้ตรวจสอบไมโครโฟนว่าถูกเชื่อมกับคอมพิวเตอร์อยู่หรือไม่ และดูว่ามีการเลือกอุปกรณ์ด้านเสียงในคอมพิวเตอร์นั้นตรงกันกับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจริงหรือไม่ ทั้งนี้ควรมีการตรวจสอบการใช้งานของอุปกรณ์ก่อนเข้าห้องประชุมทุกครั้ง *กรณีที่ใช้ Windows 2000 ให้ตรวจสอบดูว่าไม่มีโปรแกรมอื่นที่กำลังใช้เครื่องมือด้านเสียงอยู่ (Audio device)

A : ในปัจจุบันระบบ Conference สามารถรองรับการใช้งานของ Firefox โดยต้องDownload และติดตั้งปลักอินลงในคอมพิวเตอร์ของท่าน โดยตัวระบบจะแจ้งเตือนก่อนและให้เรา Download เพื่อติดตั้งปลั๊กอิน พอติดตั้งเสร็จแล้วเราจึงจะสามารถเข้าสู่ห้องประชุมได้ตามปกติ

A : ให้ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอยู่หรือไม่ หากพบว่ามีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้ Web Conference ได้ ให้เปิดพอร์ต UDP 7350 – 7353 หรือ TCP 80 , 443 7351 เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อ (สามารถดูรายละเอียดได้จากคู่มือการใช้งาน)

A :  กรณีที่ 1 ถ้าท่านเห็นแถบแสดงสัญญาณเสียงพูดของผู้ที่กำลังพูดอยู่ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าเสียงในคอมพิวเตอร์ของท่านว่า ปิดเสียงลำโพง (Mute) อยู่หรือไม่ ถ้าเลือก Mute อยู่ ก็ให้ทำการปลดออก      

      กรณีที่ 2 ถ้าท่านไม่เห็นแถบแสดงสัญญาณเสียงพูดของผู้ที่กำลังพูดอยู่ ก็ให้แจ้งผู้ที่กำลังพูดอยู่ในขณะนั้น ให้ตรวจสอบว่ากำลังปิดไมโครโฟนของเขาอยู่หรือไม่ ผู้พูดอาจจำเป็นต้องตั้งค่าอุปกรณ์ควบคุมเสียง (Audio input device) ใหม่อีกครั้ง

A : ให้ตรวจสอบไมโครโฟนว่าถูกเชื่อมกับคอมพิวเตอร์อยู่หรือไม่ และดูว่ามีการเลือกอุปกรณ์ด้านเสียงในคอมพิวเตอร์นั้นตรงกันกับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจริงหรือไม่ ทั้งนี้ควรมีการตรวจสอบการใช้งานของอุปกรณ์ก่อนเข้าห้องประชุมทุกครั้ง *กรณีที่ใช้ Windows 2000 ให้ตรวจสอบดูว่าไม่มีโปรแกรมอื่นที่กำลังใช้เครื่องมือด้านเสียงอยู่

A : วิธีแก้ปัญหาคือให้ลงตัว register เพิ่มเติมโดยสามารถขอตัว Register นี้ได้จากทีมงานของ Advanced digital Synergy Company Limitedหลังจากนั้นจะสามารถ Install โปรแกรม Web Conference ได้ตามปกติ

A : กรณีนี้เกิดจากผู้จัดการประชุมยังไม่ได้เปิดห้องประชุม โดยจะปรากฏข้อความว่า “การประชุมยังไม่เริ่ม โปรดรอจนกว่าผู้จัดการประชุมจะเปิดห้องประชุม” ซึ่งเมื่อมีการเปิดห้องประชุมแล้วคุณจะถูกเชื่อมต่อไปที่หน้าห้องประชุมโดยอัตโนมัติ

A : ผู้เข้าร่วมประชุมท่านนั้นอาจไม่ได้ติดตั้งกล้อง หรือลองตรวจสอบที่หมวด Participant List ว่าผู้ร่วมประชุมท่านอื่นๆ มีการปิดฟังค์ชั่นการแสดงภาพวิดีโอหรือไม่ หรืออาจเป็นเพราะ Bandwidth ไม่เพียงพอ หรืออาจเป็นเพราะคอมพิวเตอร์ไม่ได้มีการติดตั้งโปรแกรม MS DirectX ขั้นต่ำเวอร์ชั่น 8 (ในการเช็คเวอร์ชั่น MS DirectX ทำได้โดยการคลิก Start เลือกปุ่ม Run และพิมพ์คำว่า “dxdiag.exe” แล้วคลิก OK หรือลองลด “Hardware Acceleration” ของการ์ดจอลง ที่Display Setting ใน Control panel)

A : ให้ทำการตรวจสอบดูว่ามีการลงโปรแกรม Driver ของกล้อง Web cam ไว้ถูกต้องหรือไม่ หรือเช็คดูว่ามีโปรแกรมอื่นกำลังใช้อุปกรณ์ควบคุมภาพอยู่หรือไม่ ซึ่งถ้ามีต้องปิดการใช้งานโปรแกรมดังกล่าวก่อน

A : การส่งข้อมูลที่เป็นเสียงโดยปกติต้องใช้ช่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตประมาณ 40 kbps ดังนั้นถ้าโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไม่สามารถรักษาระดับของช่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ 40 kbps เสียงพูดอาจกระตุกบ้างเป็นบางครั้ง

A : ระบบ Web Conference จะมีรหัส 2 ชั้น ที่ใช้ในการเข้าห้องประชุม คือ รหัสเจ้าของห้อง(Host ID) และรหัสเข้าห้อง (Access Code) และนอกจากนี้ควรเปิดห้องประชุมเฉพาะช่วงเวลาที่มีการประชุมเท่านั้น

A : แม้ว่าระบบ Web Conference จะสามารถแสดงภาพผู้เข้าประชุมได้พร้อมกันสูงสุด 16ภาพ แต่ด้วยคุณสมบัติพิเศษ Web Conference จะทำการหมุนเวียนภาพผู้เข้าประชุมทั้งหมด ช่วยให้สามารถเห็นผู้เข้าประชุมได้อย่างทั่วถึง ควรเลือกตั้งค่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ 1024 x 768 pixels เพื่อให้ภาพการทำงานของโปรแกรม Web Conference มีขนาดเหมาะสมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์

A : เราสามารถควบคุมระดับเสียงไมค์โครโฟนเองได้โดยการกดปุ่มกากบาทที่ปุ่ม AGC (ปุ่มนี้เป็นปุ่มที่จะควบคุมระดับเสียงอัตโนมัติ)

No faqs found in this category

A : ข้อแตกต่างระหว่างการส่งข้อความผ่าน web กับส่งจากมือถือ คือ

     1. สามารถสร้างกลุ่ม/ฝ่าย ของผู้ใช้งานได้ และสามารถส่งความเป็นกลุ่มได้  
     2. ราคาข้อความถูกว่า
     3. Upload ไฟล์เบอร์โทรศัพท์เข้าระบบได้ เพื่อส่งข้อความได้
     4. ส่งข้อความพร้อมกันได้หลายเบอร์พร้อมกัน
     5. มีชื่อผู้ส่งสำหรับองค์กร/หน่วยงาน
     6. เพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานมากกว่าส่งผ่านมือถือ เช่น การพิมพ์ตัวอักษร การดูรายงาน การบันทึกเก็บข้อมูลรายงานการส่งต่างๆในแต่ละเดือน ฯลฯ
     7. สามารถส่งข้อความโดยตั้งเวลาล่วงหน้าได้

A : ได้ค่ะ สามารถ Export ได้เป็นไฟล์ Excel

A : ได้ค่ะ แต่เบอร์นั้นต้องลงทะเบียนในประเทศไทย

A : ข้อความภาษาไทย          
     1-70 ตัวอักษร/เครดิต นับเป็น 1 ข้อความ          
     1-134 ตัวอักษร/เครดิต นับเป็น 2 ข้อความ          
     1-201 ตัวอักษร/เครดิต นับเป็น 3 ข้อความ        

     ข้อความภาษาอังกฤษ          
     1-160 ตัวอักษร/เครดิต นับเป็น 1 ข้อความ          
     161-306 ตัวอักษร/เครดิต นับเป็น 2 ข้อความ          
     307-457 ตัวอักษร/เครดิต นับเป็น 3 ข้อความ

A : สามารถส่งข้อความได้สูงสุด 3 ข้อความ

A : ได้ค่ะ **ขึ้นอยู่กับ Package ที่เลือก

A : ปัจจุบันผู้ใช้งานโทรศัพท์ทุกท่านสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านทาง Operator ที่ใช้งานอยู่ได้ หากไม่ต้องการรับข้อความ SMS ใดๆจากผู้ให้บริการต่างๆ ตามระเบียบการ/นโยบายของทางกระทรวง ICT ทั้งนี้ระบบ Anti Spam นั้นได้มีหลักการเบื้องต้น คือ   ผู้ให้บริการหรือ Operator แต่ละเครือข่ายจะทำการ Block SMS ภายในประเทศไทยไม่ให้ส่งไปยังลิสต์ที่ได้แจ้งความประสงค์เอาไว้ แต่หากผู้ให้บริการบางรายมีความจำเป็นจะต้องส่งไปยังผู้ที่แจ้งความประสงค์ไว้ สามารถขออนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลได้เป็นกรณี เช่น ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการต่างๆ เมื่อได้ทำการขออนุญาตไว้แล้ว จึงจะส่งไปยังผู้ใช้ปลายทางได้ ดังนั้น Operator ทุกรายจึงจะต้องมีมาตรการบริหารจัดการและจำกัดขอบเขตในเรื่องของการใช้ Sendername

A : รถดูได้จาก สถานะข้อความที่แสดง ในขณะที่กำลังพิมพ์ข้อความค่ะ

A : ชื่อผู้ส่ง (Sendername) จะมีอายุเท่ากับ Account ของท่านค่ะ หากมีการยกเลิกการใช้งาน ชื่อผู้ส่ง (Sendername) ก็จะหมดอายุ

A : สามารถเปลี่ยนได้เฉพาะ Password ด้วยตนเองค่ะ หลังจากที่ท่านได้ล็อคอินครั้งแรกเพื่อใช้งาน โดยระบบจะมีเมนู "ข้อมูลส่วนตัว" ให้ท่านแก้ไขได้เองค่ะ

A : ติดต่อบริษัทที่หมายเลขโทรศัพท์ 02.192.1633

A : ใช้ได้กับทุกยี่ห้อ หากมี Dongle ตัวใหม่มา สามารถส่งให้ทางทีมเทคนิคของ Yamaha อัพ Firmware ได้เลย

A : มองเห็น แต่ไม่สามารถ Manage อุปกรณ์ยี่ห้ออื่นผ่าน Web GUI ได้

A : มองเห็น แต่ไม่สามารถ Manage อุปกรณ์ยี่ห้ออื่นผ่าน Web GUI ได้

A : ไม่สามารถ Manage ได้ทั้งหมด หากขั้น Advanced ต้องใช้ การ Configuration จาก Command - Line เพิ่ม

A : Cold Start คือ  เป็นการเริ่มต้นระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งหมด ค่าต่างๆจะกลับคืนยังค่าเดิมที่โรงงานSetมาให้ตั้งแต่แรก  ส่วนRestart เครื่องจะทำการRestart ใหม่ ค่าConfig ต่างๆจะยังไม่หายไป หากเราได้ Save ไว้

A : มันจะSave Config ที่ทับชื่อที่เราใช้งานอยู่ แต่ถ้าเราอยากจะตั้งชื่อใหม่ เราก็พิมพ์ว่า #Save 1 test1

A : #Delete Config 1 หลังจากนั้น เราก็พิมพ์คำสั่ง        
     #Show Config list  เราจะไม่เห็น Config1 อีกแล้ว เพราะถูกลบไปแล้ว

A : หน้าชื่อ Config จะมีเครื่อง * แสดงว่าเป็นค่าConfig ตัวล่าสุด

A : 1. ไม่เสียบสาย LAN
     2. เสียบสาย LAN แล้วมันจำค่าเดิม ให้ทำการดึงสายและเสียบใหม่
     3. ควรเสียบสายLAN ตั้งแต่ต้น

A : จะต้องปิด FireWall ทุกครั้ง จะได้ping เจอ

A : เราต้องใช้คำสั่งเปลี่ยน IP LAN1 เป็น 172.16.1.1 เช่น
      # no ip lan1
      # ip lan1 address 172.16.1.1/24

A : ได้ เพราะคำสั่งต่างๆไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่คำสั่งต่างๆนั้นเราต้องพิมพ์คำสั่งให้ถูกต้อง เพราะถ้าพิมพ์ไม่ถูกต้อง มันจะกลายเป็นคนละคำสั่งกัน

A : เราต้องไปเช็ค IP Scop ดูว่าอยู่ใน 172.16.1.1 เดียวกันหรือไหม?? ซึ่งต้องไปเช็คที่ cmd แล้วเช็ค ipconfig ดูว่า IP PC ของเครื่องเป็น 172.16.1.1 ไหม?? ถ้าไม่ให้ทำการ ipconfig/renew ก่อน แล้วไปที่โปรแกรม com6ของ Yamaha แล้วไปสร้าง
      # no dhcp scope
      # save
      #Dhcp scope 1 172.16.1.1 - 172.16.1.191/24

A : ได้  โดยใช้คำสั่งดังนี้
     #DHCP Scope 1 192.168.100.1-192.168.100.191/24
     #DHCP Scope 2 172.16.1.1-172.16.1.191/24
     #save